นกแปลก สังคมประหลาด

Play Read
Reading Time: 3 minutes

ความแปลกไม่ใช่สิ่งที่เรามองเห็นได้ทันทีเสมอไป บางครั้งมันเป็นเพียงความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ค้างอยู่ในใจ เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนตัวอยู่ใต้พื้นผิวของสิ่งที่เรากำลังมอง

ภาพในความทรงจำ ฝัน หรือความคิดบางอย่างที่ยังไม่สามารถเรียกชื่อได้ชัดเจน

ความแปลก จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อให้ คน เข้าใจ มันคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นก่อนที่ คน จะทันอธิบายมันได้เสียอีก

เพียงแค่ผ่านเข้ามา ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ แล้วก็หายไป

คำนำของสำนักพิมพ์มหานคร ในหนังสือ นกแปลก เล่าถึงการพบต้นฉบับของงานเขียนเล่มนี้โดยบังเอิญ หรืออย่างน้อยก็เป็นความบังเอิญที่ดูเหมือนจะมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ ต้นฉบับนั้นเป็นต้นฉบับทำมือ กระดาษถูกตัดอย่างหยาบ ๆ หมึกจางจนแทบอ่านชื่อผู้เขียนไม่ออก มันดูเหมือนงานเขียนที่อาจถูกหลงลืมอยู่ตามซอกหลืบของโลกหนังสือ

เมื่อพวกเขาเริ่มอ่าน ตัวอักษรที่เรียงร้อยอยู่ในนั้นกลับเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดบางอย่าง มันมีพลังที่ปะทะผู้อ่านโดยไม่อ่อนข้อ ราวกับกำลังยืนยันว่า มันควรถูกมองเห็น

การค้นพบต้นฉบับนั้นทำให้พวกเขารู้สึกว่างานวรรณกรรมไทยยังไม่สิ้นหวัง และในเวลาเดียวกันก็ทำให้เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา หากยังมีงานเขียนแบบนี้หลบซ่อนอยู่ในที่ต่าง ๆ ก็ควรมีพื้นที่สำหรับมัน และจากความคิดนั้น สำนักพิมพ์มหานครจึงเริ่มต้นขึ้น

ในความหมายหนึ่ง นกแปลก จึงไม่ใช่เพียงหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มหนึ่งเท่านั้น แต่มันยังเป็นจุดเริ่มต้นของสำนักพิมพ์ที่ตั้งใจจะออกตามหางานวรรณกรรมที่ยังหลบมุมอยู่ตามที่ต่าง ๆ ต่อไป

คำนำของสำนักพิมพ์มหานครทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในนิเวศของหนังสือ ความสัมพันธ์ระหว่างการค้นพบของผู้คนที่ยังเชื่อว่าวรรณกรรมไทยมีพื้นที่สำหรับสิ่งประหลาดที่พิเศษอยู่เสมอ

งานเขียนชิ้นหนึ่งอาจเริ่มจากคนคนเดียวที่นั่งเขียนมันขึ้นมา แต่การที่มันจะกลายเป็น หนังสือ จริง ๆ ได้ ต้องมีสายตาของคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ หรือผู้อ่านคนแรก ๆ ที่เห็นบางอย่างในนั้น 

ทั้งนักเขียน นักอ่าน สำนักพิมพ์ ต่างเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือก และพามันออกสู่สาธารณะ ทั้งหมดนี้พึ่งพากันอยู่ในระบบเดียวกัน 

ในคำนำของผู้เขียน อธิษฐ์ ปรีดา เขียนไว้ว่า เรื่องสั้นในเล่มนี้ถูกเขียนในช่วงเวลาต่างกัน บางชิ้นเก่าเกือบสิบกว่าปี การกลับมาอ่านงานของตัวเองจึงเหมือนการแกะรอยตัวตนในอดีต

ตัวตนที่เคยบ้าบิ่น โง่เขลา เต็มไปด้วยความอยากจะดื่มกินชีวิตอย่างกระหาย

เขาบอกว่า เขาไม่ใช่คนแบบนั้นอีกแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ฉลาดขึ้น หรือสุขุมขึ้นอย่างที่เวลาควรจะทำให้เป็น

ในช่วงเวลาที่กำลังเขียนคอลัมน์นี้ ฉันเองก็กำลังอยู่ในช่วงปลายของบางอย่างเหมือนกัน—ช่วงท้ายของการฝึกงาน และอาจเป็นช่วงท้ายของการเขียนงานอะไรทำนองนี้ด้วย การอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเพื่อเขียนถึงมันจึงกลายเป็นเหมือนการย้อนดูตัวเองไปพร้อม ๆ กัน

หนังสือรวมเรื่องสั้นแปลก ๆ ที่บางทีอ่านไปแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจมันหรือเปล่า บางช่วงฉันยังอธิบายให้ตัวเองเข้าใจไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ตลกสิ้นดี

นกแปลก เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่ค่อนข้างยากจะอธิบาย หลายเรื่องแปลกประหลาด บางเรื่องคล้ายความฝัน บางเรื่องเหมือนภาพหลอน บางเรื่องก็เหมือนกำลังล้อเล่นกับคนอ่าน

พูดตามตรง บางครั้งฉันเองก็อ่านไม่เข้าใจนัก และยากจะอธิบายให้ตัวเองเข้าใจเสียด้วยซ้ำ จะเขียนความรู้สึกตัวเองหลังจากการอ่านออกมาอย่างไรดีให้คนอื่นเข้าใจ สภาวะบางอย่างของการเขียน การคิด หรือการมองโลกที่แปลกประหลาด

แม่มด 

แม่มดเสกเจ้าชายกลายเป็นกบ เพราะไอ้พวกเจ้าพ่อ เจ้าขุนพวกนี้มันมีชีวิตวิเศษวิโสน่าหมั่นไส้กว่าชาวบ้าน

แม่มดสาปเจ้าหญิงให้หลับไปพันปี เพราะนางพวกนี้มีความทุกข์ที่เปราะบางละเอียดอ่อนอย่างที่คนอื่นไม่มีวันได้สัมผัส เป็นอันให้แม่มดรำคาญคันตีนยิบ ๆ

แม่มดต้มสัตว์และพืชทั้งเป็น ทุกชนิด ทุกพันธุ์ ของทุกผู้นามอย่างไม่แบ่งแยก

แม่มดเกลียดทุกคน คนอื่น ๆ เกลียดแม่มด เหล่าแม่มดเกลียดกันเอง และแม่มดก็เกลียดตัวเองด้วย

แม่มดกลัวทุกคน คนอื่นกลัวแม่มด เหล่าแม่มดกลัวกันเอง และแม่มดก็กลัวตัวเอง

แม่มดไม่รักใครทั้งนั้น เหล่าแม่มดไม่รักกันไม่มีใครรักแม่มด และแม่มดไม่รักตัวเองสักนิด

วงจรความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นมาในเรื่องแม่มด ภาพจำของแม่มดในนิทาน…ตัวละครที่ถูกทำให้เป็นตัวประหลาดตั้งแต่ต้น

เกลียด กลัว ไม่รัก ที่หมุนวนอยู่ระหว่างผู้คน ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้มีต้นทางที่ชัดเจน ใครเกลียดใครก่อน ใครกลัวใครก่อน ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันและย้อนกลับมาหาตัวมันเองเสมอ 

แต่เรื่องไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนั้น แม่มดที่ดูเหมือนจะทำร้ายคนอื่นไปทั่ว กลับเป็นตัวละครที่กำลังหลงทาง และสิ่งเดียวที่เธอต้องการคือกลับบ้าน บ้านที่เต็มไปด้วยสิ่งประหลาด แมงมุม ดอกไม้พิษ แมวดำ และของระเกะระกะสารพัด สำหรับคนอื่นมันเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย

สำหรับทุกคน บ้านของแม่มดไม่น่าอยู่ ต่อให้จ้างด้วยสิ่งที่คน ๆ หนึ่งชอบเป็นอันดับสองหรือสาม ก็คงไม่มาอยู่ ถ้าจ้างด้วยสิ่งที่คน ๆ หนึ่งชอบเป็นอันดับหนึ่ง คน ๆ นั้นอาจจะตกลงอยู่สักห้านาที แต่ไม่นานกว่านั้น บ้านของแม่มดไม่น่าอยู่ขนาดนั้นแหละ            

บ้าน คือที่ที่คุณไม่ต้องโกรธ ไม่ต้องเกลียด ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องรัก ไม่ต้องคิดถึงใครทั้งนั้นแม้แต่ตัวเอง

…ไม่มีใครอยากอยู่บ้านแม่มด แต่แม่มดอยากอยู่บ้านตัวเอง

มอนสเตอร่า

ความสนใจต้นไม้ของเขาเริ่มขึ้นในเย็นหนึ่ง หลังเลิกงาน เย็นนั้นเขาเหนื่อยล้าอย่างลึกล้ำ เป็นความเหนื่อยล้าที่สะสมพอกหนาขึ้นทีละนิด ทีละนิด เขารู้สึกเล็กจ้อยไร้ค่าจากการทำงานในองค์กรซึ่งแม้จะแหงนคอตั้งบ่า ก็เห็นเจ้าของกิจการเป็นแค่เงาตะคุ่มคุ้มหัวอยู่สูงลิบ เขาไม่ต้องการทุ่มเทผลาญพลังในชีวิตเพื่อช่วยซื้อกระเป๋าหรือนาฬิกาให้คนในชนชั้นที่ไม่เคยเห็นหัวใครนอกจากตัวเอง หรือเพื่อระบบกลไกที่มีเป้าหมายสูงสุดเพียงอย่างเดียวคือทำให้พนักงาน ลูกจ้าง ข้าราชการทุกคนยุ่งวุ่นวายที่สุดเพื่อปกปิดความว่างเปล่าของมันเอง

ในสภาพอารมณ์แบบนั้น เขาเดินผ่านตลาดนัดใต้สถานีรถไฟฟ้าและหยุดมองโต๊ะขายต้นไม้เล็ก ๆ

ตอนแรกมันเป็นเพียงกระบองเพชรสามต้นจากตลาดนัด แต่หลังจากนั้นต้นไม้ค่อย ๆ เข้ามาแทนที่พื้นที่ในชีวิตของเขา เขาเริ่มทดลองเลี้ยงมัน เรียนรู้ชื่อของมัน สังเกตว่ามันต้องการน้ำหรือแสงมากแค่ไหน

เขาฝันว่าบางทีงานอดิเรกนี้อาจกลายเป็นอาชีพได้ บางทีเขาอาจย้ายกลับต่างจังหวัด ปลูกต้นไม้ ขายกาแฟ ใช้ชีวิตเรียบง่าย

…ชีวิตจริงยังคงเป็นงานประจำ ความเหนื่อยล้า และคืนยาว ๆ ที่หมดไปกับการไถหน้าจอโทรศัพท์ ต้นไม้ในห้องเริ่มตายทีละต้น แต่ท่ามกลางความทรุดโทรมของต้นไม้อื่น ๆ มีต้นหนึ่งที่กลับเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเงียบงัน มอนสเตอร่า

เขาเริ่มกลายร่างเป็นมอนสเตอร่า อย่างแช เชือนนิ้วเท้ากลายเป็นรากชอนไชดิน ลำตัวเล็กคอดลงและกลายเป็นสีเขียว บั้นเอว ข้อแขน ข้อมือ ข้อเท้าและข้อพับอื่น ๆ ใน ร่างกายกลายเป็นข้อปล้องบนลำต้น

เขารู้สึกว่า เขากำลังละทิ้งก้อนปมขนาดมหึมาซึ่งคือความเป็นมนุษย์ไว้เบื้องหลัง ทิ้งสรีระของพวกมัน ความคิดเพ้อคลั่งของพวกมัน ความโหดร้ายกักขฬะของพวกมัน และความขี้ขลาดไม่กล้าหือกล้าอือของพวกมัน

ยิ่งเขาห่างจากความเป็นมนุษย์มากเท่าไร ความสงบประหลาดบางอย่างก็ยิ่งค่อย ๆ เอ่อขึ้นมาแทนที่

ในห้วงขณะสุดท้ายก่อนที่เขาจะกลายเป็นต้นไม้อย่างสมบูรณ์นั้น เขานึกกำหนดกับตนเอง — ไม่เอาอีกแล้วความเป็นมนุษย์ ช่างเหนื่อยล้าอะไรปานนั้น ช่างว้าเหว่อะไรปานนั้น ช่างเปราะบางอะไรปานนั้น — เขาปรารถนาจะเป็นต้นไม้ตลอดไป

ระหว่างที่อ่าน ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังอ่าน “เรื่องประหลาด” หรือกำลังค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของมันกันแน่

บางช่วงรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ใช่คนแล้ว อยู่ดี ๆ รากก็งอกออกทางเท้า ไม่นานจากนั้นก็หลับ ตื่นขึ้นมา ก็กลายเป็นผีต่อ เหมือนกำลังถูกกลืนเข้าไปในสิ่งประหลาดบางอย่าง นั่นอาจจะคือตัวฉันเองก็ได้…

ฉันเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่าจริง ๆ แล้วฉันนิยามคำว่า คน ได้อย่างไร

ใครบอกกันแน่ว่า คน ไม่ใช่สิ่งที่ แปลก

ในเมื่อเรื่องประหลาดในเล่มนี้หลายอย่างดูไม่เกินไปกว่าชีวิตที่ฉัน

เคยเห็นหรือเคยรู้จัก

เคยใช้ชีวิตเช่นนั้น แม้อาจจะในฝัน หรือเวลาที่ดื่มมากเกินไป

คน” นั่นแหละ ที่ทำให้ฉันรับรู้ว่ามีบางอย่างบิดเบี้ยวอยู่เสมอ

ความสมบูรณ์ทะเลสาปสงขลา

“นกแปลกตัวหนึ่ง” ที่บินหายไปเมื่อนานมาแล้ว และหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงร่องรอยการบินจากไปของมัน

และระหว่างที่เรากวาดสายตาไปตามเส้นทางการบินที่รางเลือนนั้น                        

เราอาจจะพบอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับตัวเองด้วยก็ได้

หรือไม่ก็อาจไม่พบอะไรเลย ซึ่งก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน

นกแปลกตัวนั้นอาจไม่ได้บินผ่าน อธิษฐ์ ปรีดา เพียงเท่านั้น

มันอาจบินผ่านห้วงเวลาหนึ่งของผู้อ่านด้วยเช่นกัน

หนังสือแปลก ๆ คนเขียนแปลก ๆ คนอ่านก็พลอยแปลกไปด้วย