ตอนอายุ 13 ปี เราทำอะไรกันอยู่ ?
แต่สำหรับ Klay Klay เด็กหนุ่มชาวเมียนมา เขาต้องหนีภัยการสู้รบจากบ้านเกิด หลังทิ้งหนังสือและกระเป๋าเรียนในวัย 13 ปี เพื่อเข้าร่วมกองกำลังต่อต้านรัฐประหารแต่ชีวิตยังไม่พบสันติภาพภายใต้การรัฐประหารของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย
สุดท้ายในช่วงมัธยมต้น Klay Klay ตัดสินใจลี้ภัยมายังประเทศไทย ตั้งใจอยู่ชั่วคราวแต่จนถึงตอนนี้การสู้รบในเมียนมายังคงดำเนินต่อไป เวลานี้เด็ก ๆ ชาวเมียนมาหลายคน ต้องทิ้งบ้าน ทิ้งความฝัน ถูกพรากชีวิตวัยเด็กเพราะประเทศถูกรัฐประหาร
“ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจความกลัวเลย แม้ในใจอาจจะกลัว แต่พวกผมอยากได้อิสรภาพคืนมากกว่าและพวกเราก็อยากต่อต้านการรัฐประหาร ไม่ว่าจะต้องแลกกับชีวิตหรือตายในสนามรบก็ตาม”
แม้การต่อต้านในครั้งนั้นจะเต็มไปด้วยความหวังของประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยกลับคืนมา ทว่าในพื้นที่สนามรบไม่เคยมีใครปราณี ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งสูงต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกทำลาย ผู้คนจำนวนมากจำเป็นต้องลี้ภัยไปยังประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ฉากชีวิตของโนโนและเด็กเมียนมาอีกหลายหมื่นคนที่ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล ชวนฟังเสียงของเด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่บนอุดมการณ์ ในวันที่โลกทั้งใบของเขาแทบล่มสลายและสงครามภายในเมียนมาไม่ได้ฉุดรั้งแค่การพัฒนาของประเทศ แต่กลับพรากอิสรภาพและชีวิตของคนเมียนมาไปอย่างไม่หวนกลับ
