200 บาท ซื้ออะไรเพื่อเตรียมละศีลอดได้บ้าง
#decode โดยฟาห์เรนน์ นิยมเดชา ชวนสำรวจ #ตลาดรอมฎอนราม53
วัดชีพจรของชาวมุสลิมย่านรามคำแหงในช่วนเย็นของเดือนบวช
เดือนที่ย่านนี้คึกคักมากกว่าที่เคย เพราะแรงงานไกลบ้านชาวมุสลิมมักแวะเวียนไปจับจ่ายในย่านรามคำแหง และตลอดความยาวของซอยรามคำแหง 53 คือจุดนัดพบกับร้านอาหารฮาลาลที่ราคาเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า
ทำไมย่านรามคำแหงถึงเต็มไปด้วยคนมุสลิม และเต็มไปด้วยคนพูดภาษามลายู
รามคำแหงนับเป็นย่านคนมลายูใจกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร นอกจากเตรียมอาหารไว้ละศีลอด รสชาติ สำเนียงของบทสนทนาและบรรยากาศ อาจทำให้แรงงานมลายูไกลบ้านคลายความคิดถึงบ้านไปได้บ้าง ที่นี่เต็มไปด้วยแรงงานย้ายถิ่นจากสามจังหวัดชายแดนใต้ที่มาแสวงหารายได้ที่มากกว่าการทำงานในบ้านเกิด ย้อนไป 10 ปีก่อนหน้านี้ คนมลายูนิยมไปใช้แรงงานในมาเลเซีย ทั้งแรงงานภาคการเกษตร และภาคบริการอย่างร้านต้มยำ (แรงงานต้มยำกุ้ง) อาจเพราะวัฒนธรรม ศาสนา และภาษา ใกล้เคียงกันมากกว่า แถมค่าเงินริงกิตเมื่อแลกกลับเป็นเงินไทย สิบปีก่อนก็อยู่ในเรทสูง 1 ริงกิต/10 บาท
แต่หลังการระบาดของโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจภายในมาเลเซีย ทำให้ค่าเงินริงกิตนั้นอ่อนลง 1 ริงกิต แลกได้ 7-8 บาท เมื่อต้องแลกกับความเสี่ยงในการเป็นแรงงานข้ามชาติแล้ว ดูได้ไม่คุ้มเสีย คนมลายูจึงอพยพเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ มากขึ้น และเลือกมาอยู่ในย่านรามคำแหง เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตด้วยห้องเช่าราคาไม่แพง อาหารฮาลาลที่หาซื้อได้ง่าย จึงไม่แปลกที่เมื่อเราแวะเวียนไปในย่านนี้ จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของชุมชนที่เต็ฒไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นมลายู
