‘ต้นส้มแสนรัก’ วัยเยาว์ที่แหลกสลาย
Reading Time: 3 minutesเมื่อฝันและจินตนาการกลายเป็นสิ่งไม่จำเป็นบนโลกยุคใหม่ ความพ่ายแพ้ถูกมอบให้ใครหลายคนที่ไปไม่ถึงความสำเร็จ แต่ไม่ใช่กับเจ้าหนูเซเซ่ ที่นำทางชีวิตด้วยหัวใจและบาดแผลที่เขาไม่เคยลืม
“บทสนทนาว่าด้วยรอยขีดข่วนของยุคสมัย” คำโปรยต่อท้ายหนังสือ แมวยิ้มง่าย ใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น ของ ใบพัด นบน้อม ชวนให้หยิบใส่ตะกร้าออนไลน์ในเวลาไม่ถึง 5 นาที
ถึงแม้เราจะไม่ใช่ Cat Person (ทาสแมว) สักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก อาการแพ้ขนสัตว์ทำให้การเข้าใกล้สิ่งมีชีวิตขนฟูพวกนี้ อาจต้องแลกมาด้วยการเข้าโรงพยาบาล
แต่เพราะเป็นอีกคน ที่มีรอยขีดข่วนของยุคสมัย ทั้งแผลสดและแผลเป็นอยู่บนตัว
31 บทสนทนา ระหว่างมนุด-แมว, แมว-แมว, นักเขียน-ผู้อ่าน
บางทีเราอาจต้องลองใช้ชีวิตอย่างแมวดูเสียบ้าง เพราะการเป็นมนุดนั้น ยากลำบากเหลือเกิน
“ความสวยเป็นเรื่องปัจเจกมาก ๆ”
“ถ้าเวทีนางงามคือการตั้งโจทย์ว่า ความสวยใครจะตรงกับบิวตี้สแตนดาร์ดของกรรมการมากที่สุด ล้อมกรอบไปด้วยบริบททางการเมืองและแหล่งทุนสนับสนุน” นมสดพูด วัวพยักหน้าตามเห็นด้วย
แตกสลายที่ 1 คือบทสนทนาคือการพูดคุยระหว่างมนุดกับแมวในเรื่องของความสวยงาม
ปฎิเสธไม่ได้ ว่าความสวยงามในทุกวันนี้ คือสิ่งที่แทบจะกำหนดกฎเกณฑ์ทุกสิ่งอย่าง ในขณะที่เราพร่ำบอกกันเรื่อง ‘ทุกคนมีความสวยงามในแบบของตัวเอง’ ถึงอย่างนั้นถ้ามีใครสักคนมาพูดว่า ‘เธอสวยในแบบของตัวเอง’ ‘สวยแบบฝรั่งชอบ’ ไปจนถึง ‘ผอมกว่านี้จะหล่อนะ’ ‘มีน้ำมีเนื้ออีกหน่อยสิกำลังดี’
คำตอบชวนเอ๊ะเหล่านี้ ชวนให้สงสัยถึงความงามที่เราต่างมอบให้กัน ว่าสุดท้าย เราสวยจริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่มารยาทในบทสนทนา
พักเรื่องข้อถกเถียงโลกแตกสักครู่ แต่สิ่งที่นมสด แมวขาวประจำร้านคาเฟ่แมวในหนังสือพูด ในมุมกลับกัน กำลังบอกเราอย่างตรงไปตรงมา ว่าความงามมันก็เป็นอะไรที่มนุดมาก ๆ น้ำเสียงของนมสดที่วิเคราะห์เรื่องนี้ สัมผัสได้ถึงความสงสัยว่าทำไมพวกมนุดถึงวนเวียนอยู่กับเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้นกันทุกยุคทุกสมัย
แมวเป็นสัตว์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความรักตลอดเวลา อยู่เฉย ๆ ก็มีคนมาชอบ หากไม่เชื่อ ให้ลองสักเกตคนรอบตัวเวลาเจอแมวที่ไหนก็ไม่รู้มาคลอเคลีย เป็นอันจะต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายลงโซเชียลทุกที แมวคงนึกสงสัย ว่าทำไมมนุดถึงต้องแข่งขันเรื่องนี้กันด้วย
แตกต่างจากโฮโมเซเปียนส์อย่างเรา เพราะความงามของมนุด ถูกกำหนดไว้ไม่ใช่เพราะแค่อยากจัดเรียงอันดับ แต่ความงามเหล่านี้ถูกย้อมด้วยการเมือง ค่านิยมและทุนนิยมต่างหาก ความงามเหล่านี้จึงเกิดขึ้นมาได้
มนุดเรามีการกำหนดความงามทุกยุคทุกสมัย จากค่านิยม จารีต หากเป็นอดีต ผู้หญิงอวบอ้วนคือความสวยงามของยุคสมัย เพราะแสดงว่าเธอเหล่านั้นมีอันจะกิน กลับกันระบบบริโภคนิยมในปัจจุบัน ความอ้วนถูกทำให้เป็นสิ่งต้องห้าม ความสวยงามในปัจจุบัน คือความผอม ความบาง ขอบเว้าของร่องไหปลาร้าเป็นที่นิยมกว่าส่วนเกินของไขมันบริเวณช่วงตัว
ไม่ต่างจากสีผิวซึ่งเป็นที่ยอมรับ จากแนวคิด Eurocentricism ผิวพรรณขาวผ่องคือสิ่งสวยงาม ในขณะผิวสีอื่น ๆ ด้อยกว่า จากแนวคิดยุคล่าอาณานิคมสู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สิ่งเหล่านี้นำมาสู่การเหยียดเชื้อชาติและการไม่ยอมรับความแตกต่างของมนุด
ความงามที่ว่า มนุดเรานิยามขึ้นมาเองทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับแมวดำในคาเฟ่ ที่ชื่อว่า ดำเกิง เธอไม่ค่อยได้รับความนิยมในร้านเท่าไหร่ ด้วยมายาคติของแมวดำ สัญลักษณ์ของความชั่วร้ายไม่ว่ามุมไหนบนโลกก็ตาม เธอเล่าถึงคาเฟ่แมวดำในโอซาก้าที่ชื่อ Nekobiyaka Cat Cafe ที่เจ้าของร้านต้องการลบอคติแมวดำออก และแสดงให้ชาวโลกได้เห็นว่าแมวดำน่ารักและเป็นมิตรแค่ไหน
“อือ อิจฉาแมวดำที่นั่น แตกต่างจากเราที่โดดเดี่ยว” ดำเกิงกล่าว
จากอคติต่อมนุด สู่อคติต่อแมว นมสด วัว และดำเกิงคงต้องการพูดกับเราแบบนั้น มนุดสร้างสิ่งต่าง ๆ มาเพื่อล้อมกรอบตัวเอง ทางออกที่ง่ายที่สุด ทำไมไม่ทำลายกรอบเหล่านั้นแล้วใช้ชีวิต ความสวย ความงาม หน้าตาดีไม่ดี ถ้ารับเงื่อนไขได้ เช่น ถ้าอ้วนแล้วโรคต่าง ๆ จะตามมานะ ใครเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา นั่นไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย
เอ๊ะ หรือจริง ๆ แมวเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลก เลยไม่เข้าใจความคิดมนุดกันแน่
แตกสลายที่ 2 คือการทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อหางานมาประทังชีวิตของเหล่ามนุด
“พวกมนุดทาสนิยม ใช้ชีวิตตามปรัชญาอเมริกันดรีม ต้องอดทนกับรถติดนาน ๆ จนสุขภาพจิตเสีย หาเงินเยอะ ๆ เพื่อไปซื้อภาพสวย ๆ ในวันหยุดเพื่อลงอินสตาแกรม อวดคนอื่นที่มีชีวิตน่าสมเพชพอ ๆ กัน”
ก็จริงอย่างที่หนังสือว่า เพราะเราเป็นมนุดเราเลยต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้ เพียงแต่พอเข้าไปในกรงของความใส่ใจนี้แล้วละก็ คุณก็แทบจะออกจากมันมาไม่ได้เลย
พอเข้าสู่ช่วงวัยทำงานจริงจัง ทุกครั้งที่จะไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ มักจะต้องมีสายคุยงาน ประชุมนู่นนี่ เป็นอันไม่ได้สังสรรค์จนจบงานหลายต่อหลายครั้ง
วันเสาร์-อาทิตย์ หรือการไปต่างจังหวัดที่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์สแตนด์บายตลอดทั้งวัน คงเป็นสาเหตุที่พี่เหมียวแถวนั้น มองว่าเรามันใช้ชีวิตยังไงให้เหนื่อยกันได้ขนาดนั้น
ก็ใช่สิ พวกนายมันมี Privilege นี่ นายแค่น่ารักไปวัน ๆ ก็พอแล้ว จะเข้าใจชีวิตมนุดได้ยังไง
แต่หนังสือเล่มนี้กำลังบอกเราว่า คุณสมบัติอย่างหนึ่งของมนุดในโลกทุนนิยม คือการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นได้เก่ง เก่งกว่าสิ่งมีชีวิตไหนในจักรวาล
แมวไม่มีวันจันทร์
ไม่ได้เฝ้ารอวันศุกร์เหมือนมนุษย์
ทุกวันคือวันแมว แมวไม่ขึ้นอยู่กับเวลาและตัวเลข
คุณทำงานจนหามรุ่งหามค่ำ อัพสตอรี่ลงอินสตาแกรมสักหน่อย โลกที่เชิดชูคนทำงานหนักเพราะข้างบนเขาจะได้ผลผลิตแบบฟรี ๆ โดยที่ค่านิยมนี้ยังสนับสนุนพวกเขาไปเรื่อย ๆ
มนุดไม่ได้ผิด และแมวไม่ได้ถูกที่นอนกลิ้งไปวัน ๆ แต่โลกที่มนุดอาศัย ข้างในดาวเคราะห์สีฟ้านี้ มนุดมองคนอื่นมากกว่าตัวเอง แต่แมวมองขนและเลียมันอย่างตั้งใจต่างหาก
ไม่มีการแข่งนอนสำหรับแมว ไม่มีถ้วยรางวัลสำหรับแมวที่กินอาหารได้ไวที่สุด แรงโน้มถ่วงในโลกทุนนิยมของมนุด สำหรับแมว ก็แค่แรงตึงผิวบนดวงจันทร์เท่านั้นเอง
ชีวิตต่างมีเวลาผลิบานแตกต่างกันออกไป จะมนุด แมว ถั่วงอก ต้นมะม่วง ดอกทานตะวัน หาจุดที่พอดีกับตัวเองให้เจอ เราอาจจะเป็นมนุดที่ยิ้มไม่ง่าย แต่แตกสลายไม่บ่อยขนาดนั้นก็ได้
ระหว่างนั่งรอรถที่หน้าบริษัท แมวสีดำเทา ที่ไม่รู้ชื่อมาคลอเคลียคล้ายกับว่า ‘อยู่คนเดียวเหมือนกันเหรอ’ อะไรทำนองนั้น
ท่ามกลางโลกที่หมุนไปไว แมวอาจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เราต้องกลับมานั่งคิดว่า ‘หมุนไวขนาดนั้นแล้วได้อะไรขึ้นมา’ อาจจะสักช่วงขณะหนึ่งและกลับไปนั่งทำงานต่อก็ตาม
รอยขีดข่วนของยุคสมัย คงเป็นที่ความรีบเร่งที่โลกทุนนิยมมอบให้ ทั้งความสวย ความเก่ง ความสำเร็จ นอกจากจะหายากแล้วเราต้องรีบให้ได้มันมา เพื่อให้ใครที่ไม่ใช่ตัวเราได้เสพสมและวนเวียนอย่างนี้ไปอีกเรื่อย ๆ
ฟังก์ชั่นของแมวมีหลากหลาย อาจจะเป็นได้ทั้งนักทำลายข้าวของมืออาชีพ นักผลาญเงินค่าอาหาร หรือกระทั่งนักรบกวนตอนประชุมสำคัญตอน WFH ทว่า อุ้งมือมังคุดนั่น อาจจะเป็นอุ้งมือที่มาคอยเยียวยาเราในวันที่หลงทาง การได้พักบทสนทนากับมนุดในโลกทุนนิยมและอยู่กับแมวสักครู่ อาจให้คำตอบที่เราอาจตามหาอยู่
และแมวอาจเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ที่มนุดอย่างเราจะหาได้ เหมือนกับเจ้าซันซัน (Sunrise-Sunset) แมวของใบพัด นบน้อม ที่ไม่อาจรู้ได้ว่าแมวรักมนุดจริงหรือเปล่า แต่สายตากับท่าทางออดอ้อนนั้น ยังไงก็ไม่มีทางเป็นของปลอมเป็นแน่
แมวยิ้มง่าย ใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น ไม่ใช่สำหรับทาสแมวเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าหากคุณเป็นมนุด หนังสือเล่มนี้อาจทำให้คุณใช้ชีวิตในฐานะมนุดได้ง่ายขึ้น
วันที่เจอเจ้าแมวดำเทา ก็ได้แต่เรียกว่าเจ้าแมว ๆ เพราะคิดว่าเจ้านี่คงมีชื่ออยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าใครจะเรียกชื่อใหม่ทุกครั้งที่เจอก็ได้ เหมือนกับแมวส้มในหนังสือ ที่พอจะถามชื่อก็ตอบทันควันว่า “เราชื่อส้ม ไม่เป็นไร ถ้าเป็นแมวแล้วมีสีส้มก็ชื่อส้มทุกตัวนั่นแหละ”
ระหว่างนั่งรอรถ เราเอ่ยปากถามเพื่อสร้างบทสทนา เพราะคิดว่าแมวนี่แหละ คือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา ที่อยู่เหนือกฎแรงโน้มถ่วงของทุนนิยมได้ เพราะฉะนั้นแล้วเจ้าแมวหน้าบริษัทตัวนี้แหละจะให้คำตอบบางอย่างกับเรา
“นายว่าเราจะเก่งได้เหมือนคนอื่นเขาบ้างมั้ย” เราถาม
“เหมียว แง่วแง่ว เหมียววว ครืด เหมียวแง่ว” หลังจากแมวตอบ เราส่งยิ้มก่อนจะนั่งรถมอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนวันศุกร์
อะไรนะ คุณไม่เข้าใจความหมายของคำตอบนี้หรอ?
ทำไมไม่ลองใช้ชีวิตแบบแมว บางทีคุณอาจจะเข้าใจคำตอบนี้ก็ได้
หนังสือ: แมวยิ้มง่าย ใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น
นักเขียน: ใบพัด นบน้อม
สำนักพิมพ์: ใบพัด นบน้อม
PlayRead: คอลัมน์รีวิวหนังสือประจำ Decode.plus เมื่อกองบรรณาธิการขอ add หนังสือ (ที่อยากอ่าน)ไว้ในเพล ย์ลิสต์ พบกับหนังสือหลากหลายสไตล์ หลากหลายวิธีการเล่าเรื่องที่เชื่อมร้อยกับชีวิตและสังคม แวะมาหาอ่านกันได้ทุกเย็นวันพฤหัสบดี