ปัญหาโลกแตกหรือปัญหารัฐไร้ความสามารถ
Reading Time: < 1 minuteคำถามไม่ได้อยู่แค่ที่กรุงเทพมีปัญหาอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ปัญหาใหญ่โตมโหฬารเหล่านี้ไม่ถูกรัฐบาลและผู้ว่ามองเห็น และทำเหมือนไม่เป็นปัญหาต่างหาก
โรสนี นูรฟารีดา
-1-
ราวกับกบฝูงนั้นในนิทานอีสป
ร้องขอผู้คุ้มครอง
เพื่อปกป้องคุ้มภัย
เราต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ระงม
ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ท่อนไม้ก็เป็นได้แค่ท่อนไม้
ไม่เคยแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
หรือบุญญาบารมี
และไม่มีแสนยานุภาพใด ๆ เผื่อแผ่มาคุ้มกะลาหัว
คำร้องขอในฤดูฝนเป็นผลในฤดูร้อน
ผิดฝาผิดตัว
แต่ใครจะกล้าปริปากประท้วง
ส่งตัวเองขึ้นแท่น
เป็นผู้ถูกหมายหัวตัวต่อไป
ท่อนไม้ถูกเสกใหม่ให้ไฉไลกว่าเก่า
อย่างไรหรือ?
รู้ตัวอีกทีก็พบว่าเราต่างเป็นฝูงกบในกะลา
ครอบลงชั้นแล้วชั้นเล่า
ไม่เหลือรูลอดให้แสงส่อง
หวานอม ขมกลืน
ขืมขื่นต่อชะตากรรม
ซึ่งร้องเรียกมาเอง
ด้วยสุ้มเสียงแห่งการขอความช่วยเหลือ
“เกิดแต่กับเรา”
กบตัวหนึ่งในฝูงกบพึมพำขึ้นเป็นภาษากบ
ภายใต้กะลายักษ์ที่กดครอบทุกหัว
ให้ขดตัวรวมกันในพื้นที่อันจำกัดจำเขี่ย
หัวเราะเยาะความมืดมิดครั้งแล้วครั้งเล่า
ตะวันตกได้ก็ใช่ว่ารุ่งอรุณจะมาไม่ถึง
เพียงแต่ ณ ที่นี่ นาทีนี้
ยังมิมีแสงสว่างใดเล็ดลอดมาให้ปลาบปลื้มยินดี
-2-
ไม่เคยลดราวาศอก
ดวงแดดของฤดูร้อนเป็นเช่นนั้น
กว่าจะรู้ตัวว่าถูกต้ม
ไอน้ำเดือดก็พวยพุ่งจนผิวสุก
กบตัวไหนกระโดดหนี
กบตัวนั้นมีชีวิตรอด
-3-
อย่างไรหรือ?
เมื่อข้ามพ้นอาณาเขตที่เภทภัยจะยื่นมือมาปิดปาก
แสงไฟวอมแวมก็ถูกจุดขึ้น
เพื่อส่องฉาย
สำรวจเนื้อตัวและตำแหน่งแห่งที่
ประกาศตัวในฐานะผู้จากมา
ที่มาดหมายว่าจะไม่กลับไป
-4-
หากเม็ดทรายถูกหยิบออกจากกองทีละเม็ด
ต้องใช้เวลานานเท่าใด
กองทรายจึงจะไม่ถูกเรียกว่ากองทราย
-5-
กบตัวแรกเปล่งเสียงต้อนรับฤดูฝน
อย่างไรหรือ?
กบตัวอื่น ๆ จึงจะตื่นจากฝันร้าย
และหาญกล้าส่งเสียงเรียกร้องผู้ปกป้องคุ้มภัยรายใหม่อีกสักหน
ครั้งแล้วครั้งเล่า
ความคาดหวังมิเคยทะลุกะลาออกมาสำแดงตัว
-6-
กว้างเพียงกะลา แคบเพียงกะลา
ลูกอ๊อดรุ่นถัดมาถูกปรามไว้ให้เชื่อง
ด้วยเรื่องเล่าปรัมปราน่าขัน
ว่านอกกะลามีนกกระสาตาไฟ
ว่าไกลออกไปมีงูใหญ่จับจ้อง
ฟูมฟักความหวาดกลัวจากรุ่นสู่รุ่น
ให้สวามิภักดิ์ต่อกติกาหนึ่งเดียว
ภายใต้กะลาในกะโหลก
-7-
อย่างไรหรือ?
ความฝันจึงหดลีบเล็กลง
สมัครใจจมโคลนนิ่งฟังเสียงฝน
ให้การเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลเป็นเพียงเรื่องพยากรณ์เพ้อฝัน
เมื่อชีวิตก็สมบูรณ์พูนสุขดีภายใต้กะลานี้
ที่รังเกียจเดียดฉันท์ตลอดมา
ก็หลับหูหลับตาเสมือนว่ามิได้ถูกต้ม
-8-
มอมเมาฝูงกบใต้กะลาด้วยเสียงฝน
ทั้งคืนทั้งวันไม่ขาดสาย
อย่างไรหรือ?
เสียงหยดฝนกับเสียงหยดน้ำตาจึงกลายเป็นเสียงเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ
-9-
กบในหนองน้ำไม่เคยรู้จักความกว้างของมหาสมุทร
อย่าถกเถียงถึงสิ่งอื่นใดไกลตัวเลย
แค่เพียงวิธีเปิดกะลา
ก็ซับซ้อนกว่าจะเปิดกะโหลกรับฟัง