Reading Time: 2 minutes
ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม
วีรพร นิติประภา
คนกรุงเทพและคนอยู่กรุงเทพ
กรุงเทพฯ คือเมืองที่มีประชากรตามสำมะโนครัวอยู่ราวสิบล้านคน แต่มีผู้เข้ามาอยู่อาศัยกับทำงานโดยยังคงมีสำมะโนครัวอยู่ต่างจังหวัดอีกกว่าสามล้านคน ไม่รวมคนจังหวัดข้างเคียงที่เข้ามาทำงานเช้าเย็นกลับ หรือเข้ามาทำงานแรงงานเฉพาะเมื่อหมดหน้าเกษตร กับแรงงานพลัดแผ่นดินทั้งมีการลงทะเบียนตามกฎหมายและไม่มี น่าจะอีกไม่น้อยกว่าสองล้าน
…สรุปคร่าว ๆ คือกรุงเทพฯ มีคนราวสิบห้าล้าน และหนึ่งในสามของคนกรุงเทพฯ ไม่มีสำมะโนครัวอยู่ในกรุงเทพฯ
หลายคนในจำนวนนี้ทำงานใช้แรงงานก่อร่างสร้างเมืองนี้มากับมือ …ตึกราม ถนนหนทาง สะพาน ห้าง หลายคนคือคนทำงานเป็นส่วนของฟันเฟืองขนาดยักษ์ที่ขับเคลื่อนเมืองให้ศิวิไลซ์เรืองรอง งดงามตระการตาตระการใจ ทั้งหมดคือผู้คนที่ดลบันดาลให้เมืองมีชีวิตและพลัง
หลายคนอยู่ที่นี่ ทำงานที่นี่ สร้างครอบครัวใหม่ที่นี่ หลายคนไม่เหลือที่ทางบ้านช่อง ครอบครัวดั้งเดิม ที่ทำกินที่บ้านเกิดให้กลับไป และติดค้างอยู่ในเมืองหลวงตลอดกาล หลายคนกลายมาเป็นคนจนเมือง ใช้ชีวิตล่องหนเสื่อมโทรมเบื้องหลังตึกรามอลังการ
…และไม่มีสิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ
การต้องทิ้งบ้านเกิดเข้ามาอยู่ต่างถิ่นเป็นเรื่องความเหลื่อมล้ำมาแต่ต้น เป็นเรื่องของการมีต้นทุนด้านต่าง ๆ กะพร่องกะแพร่ง ไม่ว่าการศึกษา หรืองาน และรายได้ ซึ่งผลักดันคนให้เข้ามาในเมืองใหญ่เพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า น้อยคนจะเข้ามากรุงเทพพร้อมกับทุนรอน ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานเพื่อเก็บเงิน และหวังว่าจะได้กลับบ้านวันหนึ่ง
กระนั้นก็น้อยคนที่จะไปถึงจุดที่จะมีเงินเหลือเก็บ หลายคนทำมาหาได้แค่พออยู่รอดผ่านไปวัน ๆ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไปถึงหลงใหลใฝ่ฝันตอนจากบ้านมา จากค่าแรงขั้นต่ำที่ต่ำมากซึ่งสวนทางกับค่าครองชีพสูงที่สูงมาก รวมทั้งความไม่แน่นอนของการจ้างงาน หลายคนล้มคว่ำไม่เป็นท่าเกือบจะในทันทีที่มีอุบัติเหตุชีวิตเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการปิดตัวของบริษัทที่ทำ ความป่วยไข้ บาดเจ็บ เป็นเรื่องง่ายมากที่คนจะถูกผลักเข้าสู่สถานะคนจนเมืองเต็มขั้น
และคนจนเมืองก็คือคนที่อยู่ในด้านมืดของเมือง รองรับทุกความเลวร้ายของเมือง โดยไม่ได้แตะต้องสัมผัสความรื่นรมย์ เจริญรุ่งเรือง หรืองดงามของเมืองเลยด้วยซ้ำ
จุดเริ่มต้นของความจนคืออาหาร แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความเป็นเมืองอาหารราคาไม่แพง แต่ราคาอาหารโดยทั่วไปก็ยังแพงมากเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำจะบริโภค ร้านอาหารราคาย่อมเยาว์อย่างรถเข็นริมถนนที่เคยเป็นที่พึ่งมาก็ถูกขับไล่หายไปจากนโยบายจัดระเบียบเมือง คนจนไม่เพียงแต่ไม่ถูกมองเห็นอยู่แล้วในเมืองเรืองรองเจิดจ้านี้ พวกเขายังถูกรัฐเก็บให้ไม่ถูกเห็นอีกด้วย
ตลกร้ายกว่านั้นก็คือรัฐกลับส่งเสริมย่านเยาวราชเป็นที่แหล่งขายอาหารริมทาง ถึงกับอนุญาตให้ปิดถนน ตีเกราะเคาะไม้ป่าวประโคมให้เป็นหมุดหมาย เป็นหน้าเป็นตา เป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้ง ๆ ที่ร้านเหล่านี้ขายอาหารเกินราคา และแพง และมีทุนเป็นเจ้าของ และปล่อยให้แหล่งอาหารราคาถูกสำหรับคนรายได้น้อยตามถนนหนทางสาบสูญ เช่นเดียวกับตลาดสดน้อยใหญ่ที่เคยมีมากมายทุกมุมเมืองและเป็นแหล่งฝากท้องก็มีอันมาโดนห้างที่สร้างกันจนแทบไม่มีที่เหลือให้สร้างเบียดบังจนล้มหายไปอีก
นอกจากกินแพง อยู่ก็แพง ด้วยราคาค่าเช่าที่พักที่สูงลิ่ว จนคนทำงานต้องเลือกระหว่างจ่ายค่าเดินทางหลาย ๆ ทอดไปกลับกับหาเช่าห้องริมขอบเมือง หรือหาเช่าที่อยู่ราคาแพงแออัดกลางเมืองและจ่ายค่ารถน้อยลง แต่ไม่ว่าจะหาเช่าห้องอยู่กลางเมืองแล้วประหยัดค่าเดินทาง หรือเลือกอยู่ห้องราคาถูกชานเมืองและจ่ายค่ารถหลาย ๆ ทอด ผลลัพธ์ที่ได้จะพอ ๆ กัน …ไม่มีเหลือเก็บ
เพราะราคาค่าเดินทางในกทม. ก็แพง แม้ค่ารถของเราจะดูราคาถูกเมื่อเทียบกับบางประเทศ แต่การจะพิจารณาถูกแพงด้วยการเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ ก็จะพบว่าค่าเดินทางในกรุงเทพฯ แพงมาก และที่แพงน่าเกลียดที่สุดคือราคารถไฟฟ้าทั้งเหนือดินและใต้ดิน เรียกว่าเป็นอนุสาวรีย์ขนาดยักษ์ของความเหลื่อมล้ำของเมืองก็ว่าได้
รถไฟฟ้าไม่เพียงแต่สร้างความสะดวกสบายให้การเดินทางทั่วกทม. มันยังช่วยทำให้เมืองดูทันสมัยและศิวิไลซ์ทัดเทียมต่างประเทศนี้ แต่ขณะเดียวกัน ระหว่างการก่อสร้างคนที่ลำบากอยู่แล้วและต้องลำบากมากขึ้นคือคนจน เพราะนอกจากเป็นมนุษย์ใช้ชีวิตหน้าดิน ยังไม่อยู่ในห้องปิดปรับอากาศ และต้องผจญฝุ่นผงก่อสร้างมหาศาลที่กระจายไปทั่ว ๆ เมือง ต้องเดินเหยียบเศษหินดินทรายสะดุดล้มลื่นตามพื้นถนน ต้องเสี่ยงตกหลุมบ่อไม่มีความปลอดภัย ต้องเดินฝ่าน้ำท่วมนองถ้าท่อตัน การสัญจรใกล้ไกลกลายเป็นเรื่องลำบากและอันตราย แต่ที่ร้ายกว่าอะไรทั้งหมด ในเมืองที่จราจรติดขัดสาหัสอยู่แล้ว…การปิดทางสร้างรางต่าง ๆ ยังทำให้คนรายได้น้อยที่อาศัยชานเมืองต้องเสียเวลาเดินทางไปกลับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าอีกสองชั่วโมงต่อวัน
ตลกร้ายที่สอง …พอเปิดใช้งาน ราคาค่าโดยสารกลับสูงเกินกว่าที่รายได้น้อยจะสามารถใช้เดินทาง
เมืองอื่น ๆ ในโลก ราคาค่าเดินทางจะถูกทำให้ต่ำพอที่ทุกคนจะสามารถใช้ได้เสมอโดยรัฐ ขนส่งสาธารณะต้องเป็นความเสมอภาค ไม่ใช่ชนชั้นฐานันดร ต้องไม่มีคนที่ไม่มีสิทธิ์ในของสาธารณะ บางเมืองถึงขั้นใช้ฟรี และฟรีไปกระทั่งนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน นี่คือการลงทุนของรัฐ จากภาษี เป็นส่วนของรัฐสวัสดิการ
คนจนที่สุดของคนจนเมืองคือคนไร้บ้าน และการไม่สามารถมีกระทั่งที่คุ้มหัวนอนคืออนุสาวรีย์มีชีวิตของการจัดการเมืองที่ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ
บางคนตัวคนเดียว พอตกงานไม่มีเงินจ่ายค่าห้องโดนไล่ …ก็ออกมา บางคนป่วย ไม่ได้รับการดูแลเพราะครอบครัวต้องทำงาน …ก็ออกมา บางตนชรา สมองเสื่อม ฟั่นเฟือน …ก็ออกมา บางคนบัตรประชาชนหายเข้าไม่ถึงรัฐสวัสดิการ …ก็ออกมา ผัวซ้อม …ก็ออกมา ทะเลาะกับครอบครัว …ก็ออกมา มีเหตุเป็นล้านที่คนจะออกมาอยู่บนถนน แต่ทุกเหตุล้วนโยงไปกลับไปที่การจัดการของรัฐและรัฐสวัสดิการ
เรื่องน่าเศร้าก็คือนอกจากรัฐสวัสดิการไม่เกื้อกูล …รัฐยังทำทุกอย่างไม่ให้คนเหล่านี้ถูกมองเห็น ป้ายรถเมล์ที่มีแสงไฟสว่างและปลอดภัยพอจะซุกหัวนอน กทม. ก็เปลี่ยนเป็นที่นั่งป่องกลางนั่งนอนไม่ได้ จนกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ไร้ประโยชน์ที่คนรอรถเมล์ทั่ว ๆ ไปก็ใช้ไม่ได้ไป ที่นั่งรายทางสำหรับเด็กเล็ก คนป่วย คนชราได้พักอย่างที่เมืองใหญ่อื่น ๆ มีกันแทบทุกเมืองก็ไม่มี ทั้งหมดนี้แค่เพื่อไม่ให้มีที่ให้คนไร้บ้านนั่งนอน …และถูกมองเห็น
กทม. คือเมืองที่มองไม่เห็นคนจน และพยายามทำให้คนจนไม่ถูกเห็น
ทั้งหมดนี้แค่ผิวเผิน ยังไม่ได้พูดถึงปัญหาอื่น ๆ ที่รุมเร้าคุกคามคนจนเมืองเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะรถติดที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันและไร้ความพยายามจะแก้ไข ยาเสพติดที่ระบาดทุกตรอกซอกซอย อาชญากรรมสารพัดที่สูงขึ้น ๆ สถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก สถานบริบาลคนชราทุพลภาพ น้ำท่วมที่ท่วมทุกครั้งที่ฝนตก คลองเน่าเหม็นส่งกลิ่น จุดบอดจุดมืดจุดอับที่มีอยู่เกลื่อนเมือง เชื้อโรค ความเสื่อมโทรม มลพิษสารพัด ขยะ ไอเสีย พีเอ็ม2.5
คนทุกคนในมหานครแห่งนี้เสียภาษีให้เมืองไม่ทางตรงก็ทางอ้อม มีคนจำนวนมากที่ทุ่มเททำให้กทม. เป็นเมืองเรืองรอง มีชีวิตชีวา ติดอันดับเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองสุดสวย แต่กลับกลายเป็นผู้รองรับสารพัดปัญหาของเมืองเอาไว้เต็ม ๆ โดยไม่เคยถูกมองเห็น
…โดยไม่มีสิทธิ์เลือกผู้ว่ามาดูแลตนปัญหาของตนเอง
ในฐานะคนกรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งผู้ว่าที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน กรุณาเลือกผู้ว่าที่มองเห็นประชากรที่ไม่ถูกมองเห็น กรุณาเลือกนโยบายที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้คนที่ขับเคลื่อนเมืองให้เป็นเมือง
…กรุณาเลือกเมืองที่เป็นเมืองของคนทุกคน