การสร้างนักอ่านที่เข้มแข็งและเข้มข้น
Reading Time: < 1 minuteชีวิตเปราะบาง แต่อย่างน้อยที่สุดเราสามารถเชื่อมั่นได้ว่าการอ่านที่เข้มแข็งจะปกป้องเขาได้ หรือบางทีการอ่านจะเคียงข้างเขาไปได้ตลอด
ล่องลอยมาในรูปเสียงกระซิบ
ซ้ำซ้ำ
ท่วงทำนองเก่าแก่ที่ประกอบขึ้นด้วยโน๊ตเพียงห้าตัว
ไม่ซับซ้อน
ไล่สลับการจัดวางจนกลายเป็นวรรคตอนที่ติดตรึง
ติดตามมาในหมู่พวกเราจากรุ่นสู่รุ่น
ไล่ย้อนกลับไปยังวงศ์วานที่สุดปลายรากเหง้า
พวกเขา คนที่ใบหน้ารางเลือนไปจากความทรงจำ
ทั้งเขาและเธอ ต่างเติมแต่งมันขึ้นมา
เก่าแก่เกินจะรู้แน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็พอจะรับรู้ได้
พวกเขาค่อย ๆ ฮัมท่วงทำนองพวกนี้ขึ้นมาในช่วงวันอันยากแค้น
เสียงเบา ๆ ที่ค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปทีละน้อย
สอดรับกับจังหวะของจอบเสียมที่กลายเป็นเครื่องเคาะจังหวะ
ฉึก ฉึก
ฉึก ฉึก
กระแสเสียงของชายหญิงที่ขับขาน ถาม ตอบ
สลับกับเสียงหอบหายใจ
บ้างก็ลงจังหวะ บ้างก็คร่อมจังหวะ
หากท่วงทำนองยังคงหลั่งไหลไม่หยุดหย่อน
ในชั่วขณะเดียวกับการผุดออกของเหงื่อไคล
และการเต้นของหัวใจที่ตอกย้ำว่าชีวิตยังคงเป็นชีวิต และยังมีชีวิต
เพลงที่เขียนขึ้นมาด้วยกัน
ด้วยจังหวะของชีวิต
บทเพลงที่เขียนให้ทุกคนครอบครอง แต่ไม่ปรารถนาให้ใครเป็นเจ้าของ
บทเพลงไร้ชื่อที่ไม่ต้องการถูกกักขังอยู่ภายใต้การนิยามด้วยชื่อเรียก
บทเพลงที่พร้อมจะถูกตัด เฉือน ย่อ ขยาย และกลายเป็นสิ่งอื่นจากปากต่อปาก
แต่ยังคงเค้าโครงที่ไม่ว่าใครก็จดจำพวกมันได้เสมอ
เราจะจดจำได้เสมอ แทบจะทันที
เมื่อพวกมันเข้ามาไหลเวียนอยู่ในเรือนร่างและทิ้งร่องรอย
ครั้งแล้วครั้งเล่า
ทีละเล็ก ทีละน้อย
ในแต่ละวินาทีของวันแต่ละวัน
เราต่างคนต่างต้องเร่งฝีเท้าเพื่อก้าวไปข้างหน้า
แต่ยังคงกลับมาอยู่ที่เดิม
ตึก ตึก ตึก ตึก
ตึก ตึก ตึก ตึก
…
ในแต่ละวินาทีของวันแต่ละวัน
โน๊ตไม่กี่ตัวกลับพาเราล่องไหล
ไปตามเสียงกระซิบที่ค่อย ๆ ก้องดังในโสตประสาท
สั่นสะเทือน สูบฉีด และลูบไล้บาดแผล
จนเราเริ่มหลงลืมความหมายของบทเพลงที่บรรเลงด้วยวงดุริยางค์ทุกเช้าเย็น
และความจำเป็นของการลุกยืนเพื่อทำความเคารพ
ไม่จำเป็นต้องลุกยืนเพื่อทำความเคารพ
ปล่อยให้บทเพลงไร้ชื่อ
แฝงเร้นอยู่ในอิริยาบถอันผ่อนคลายหลังการทำงานหนัก
ส่งเสียงอย่างเงียบงัน
ยามที่เราสบตาเมื่อเดินสวนกัน
ในฝูงชนแปลกหน้า ต่างชาติ ต่างภาษา
หลอมรวมและพาเราทลายเพดานของถ้อยคำและช่องว่าง
สาดซัดอย่างเป็นอิสระ ระลอกแล้วระลอกเล่า
ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก
ตึก ตึก ตึก ตึก
ระลอกแล้วระลอกเล่า
จนแผ่นที่เก่าซีดและเส้นที่ขีดปริแตก
ปรุพรุนจนเสียงกระซิบกรีดร้อง
…
ซ้ำซ้ำ
ซ้ำซ้ำ
จากภายนอกสู่ภายใน
ขนาบร่างกายทั้งซ้ายขวา
จากปลายผมไปจนถึงปลายเท้า
จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง
จากการหลงลืมไปสู่การจดจำ
จนขึ้นใจ
จนถึงวันที่พวกเราเข้ามาล้อมวง
ร่วมกันเปล่งเสียง
ปลดปล่อยมัน
เพื่อให้มันปลดปล่อยพวกเรา
